CLOSE UP Mocomichi

posted on 20 Apr 2009 22:19 by moco-ism in translation

ตามสัญญาค่ะ แปลบทสัมภาษณ์จากเวป Oricon Style
เชิญอ่านกันให้ตาแฉะตามอัธยาศัย อุอุอุ
(แต่คนแปลต้องอ่านต้นฉบับตาแฉะยิ่งกว่าค่ะ ฮือโฮ @_@ll)


Close Up Mocomichi
Interview Translation  (Sorry, there's only Thai version ^^")

 

MOCOMICHI STYLE
โมเดลหุ่นจำลอง...ทำให้แววตาผมเป็นประกายเหมือนเด็กน้อย
ผมมีนิสัยชอบสะสมสิ่งของมาตั้งแต่เด็กๆแล้วครับ โดยเฉพาะพวกโมเดลจำลองรูปฮีโร่ในการ์ตูนฝั่งตะวันตกทั้งหลายเนี่ย
ผมสะสมไว้ตั้งร้อยกว่าตัวเชียวนะ  นอกจากนี้ผมก็สะสมโมเดลจำลองของตัวละครในซีรียส์ฝรั่งเรื่อง "Heroes" ด้วยครับ
ถึงจะเป็นโมเดลแบบเดียวกัน ถ้าต่างกันแค่ว่าดอกไม้ที่ติดอยู่กับแบบหนึ่งเหี่ยวแห้ง แต่อีกแบบนึงไม่เหี่ยวล่ะก็
ผมก็เผลอใจซื้อทั้ง 2 ตัวเลยล่ะครับ (หัวเราะ)  ด้วยเหตุนี้เองโมเดลจำลองที่ผมสะสมมันก็เริ่มเพิ่มจำนวนมากเกินไป
จนตอนนี้ผมหยุดซื้อไปแล้วครับ ยิ่งเวลาเอามันมาจัดเรียงกันเนี่ย ค่อนข้างลำยากมาก สุดท้ายผมก็เลยต้องเก็บเข้าตู้ไปบ้าง
แต่เวลาที่ผมไปร้านขายพวกโมเดลหุ่นจำลองทั้งหลาย ผมก็ยังคงกลายเป็นเด็กน้อยขึ้นมาในทันทีอยู่ดีนั่นแหละ (หัวเราะ)

ผมฟังเพลงทุกวันครับ
ผมเติบโตมากับการฟังเพลงต่างๆมากมายครับ ทุกวันนี้ผมก็ยังฟังเพลงอยู่ แนวเพลงค่อนข้างหลากหลายหน่อย
แต่วงที่โดนใจผมสุดๆเห็นจะเป็น วง Rage Against the Machine ผมมีโอกาสได้ไปดูคอนเสิร์ตเค้ามาด้วยล่ะครับ
นอกจากนี้แล้วก็ยังมีวงอื่นๆอย่าง Slipknot ด้วย..เดิมทีผมเป็นคนชอบเพลงร็อคครับ แต่ไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้ผมเริ่มรู้สึกว่า
วง The Pussycat Dolls นี่ก็ดีเหมือนกันนะ ฟังแล้วรู้สึกอยากขยับแข้งขยับขาดีอ่ะ (ขำ)
ส่วนแนวเพลงแบบดนตรีบำบัดเพื่อการผ่อนคลายก่อนนอนผมก็เคยเปิดฟังเหมือนกันครับ แต่ผลกลับกลายเป็นว่า
สมองผมไม่สามารถหยุดคิดโน่นคิดนี่ได้ สุดท้ายเพลียหนักยิ่งกว่าเดิมซะงั้นเลย (หัวเราะ)
ถ้าพูดถึงเพลงที่ฟังเพลินๆยามเดินทาง ก็คงต้องวง LIBERA ครับ วงนี้เป็นวงเด็กผู้ชายจากประเทศอังกฤษ
ซึ่งเรียกกันว่า Angel Voice     เคยมีคนบอกผมว่าถ้าฟังคนเดียวนี่แอบหลอนเหมือนกันนะ
แต่ผมว่าเพลงของพวกเด็กๆเค้าสุดยอดมากเลยล่ะครับ

LOVE
ในยามจูบ...
การพบรักในอุดมคติของผม เรื่องก็จะมีอยู่ว่าในขณะที่ผมเดินอยู่ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินสวนมา
เธอทำให้ผมถึงกับต้องเหลียวหลังมองเธอพลางคิดว่า "เธอน่ารักสุดๆเลย.....แต่เฮ้อ...ช่างเถอะ"
ว่าแล้วผมก็หยุดความคิดนั้นไว้ ผมหันกลับมาและเดินต่อไป แต่ในขณะเดียวกันนั้น
เธอเองก็แอบเหลียวหลังมามองผมเช่นกัน    พอผ่านไปได้สักพัก ระหว่างที่ผมกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ในร้านกาแฟนั้นเอง
จู่ๆเธอคนนั้นก็บังเอิญมานั่งอยู่ตรงที่นั่งใกล้ๆกันกับผม แล้วเราก็เริ่มบทสนทนากันว่า "เราเคยพบกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?"
การพบกันแบบนี้ออกจะดีว่ามั๊ยครับ ถึงมันจะดูเพ้อฝันไปหน่อยก็เถอะ (หัวเราะ)
พูดถึงเวลาจูบกัน ผมชอบให้เธอยืดตัวเข้ามาหาอาจจะแอบมีเขย่งขานิดนึงอ่ะครับ ผมเป็นคนตัวสูง
ถ้าเธอคนนั้นเป็นคนค่อนข้างตัวเล็กแล้วล่ะก็ เวลาเขย่งขาก้นก็อาจจะเด้งออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว ถ้ามีคนข้างๆมองอยู่
เค้าคงจะคิดว่า "ทำอะไรอยู่น่ะ ก้นกระดกเชียว" อะไรทำนองนี้ล่ะมั้งครับ (หัวเราะ)

ผู้หญิงในสเปคต้องเป็นสาวสวยน่ารักและจริงใจ
ผู้หญิงในสเปคของผม คือเป็นผู้หญิงที่รักผม และสามารถพูดกับผมได้ว่า "อยากอยู่ด้วยกันตลอดไป" ซึ่งก็ต้องเป็นคนที่
มีความซื่อสัตย์จริงใจ ไม่หักหลังกันโดยเด็ดขาด    ผู้หญิงที่มีจิตใจดีงาม นึกถึงจิตใจผู้อื่น ยิ่งถ้าเป็นคนที่ดูดีมีระดับ
มารยาทงามด้วยก็ดีนะ  ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกก็ดูเป็นคนทั้งสวยทั้งน่ารัก  แต่อันที่จริงแล้วสิ่งสำคัญที่สุด
ผมว่าเป็นเรื่องความรู้สึกมากกว่าครับ แค่เราสองคนสามารถพูดคุยสื่อสารเข้าใจกันได้เป็นอย่างดีก็เพียงพอแล้ว
ไม่จำเป็นว่าเธอจะต้องทำกับข้าวเก่งเลยก็ได้ เอาไว้หัดทำอาหารด้วยกัน ค่อยๆทำได้เก่งขึ้น
ทำให้เรามีงานอดิเรกที่เราสนใจทำด้วยกัน แบบนั้นน่าจะสนุกมากกว่านะครับ

ถ้าจะคบกันก็ต้องจริงจังถึงขั้นแต่งงาน
ผมน่ะกลัวการถูกคนที่ตัวเองรักหักหลังเป็นที่สุดเลยล่ะครับ ผมไม่ได้มองว่าความรักกับการแต่งงานเป็นคนละเรื่องกัน
ผมก็เลยเป็นคนที่มีความต้องการที่จะประคองความรักที่มีต่ออีกฝ่ายให้ไปจนถึงเส้นชัยครับ และด้วยเหตุนี้เอง
เวลาผมคบใครผมก็อยากคบด้วยความรู้สึกจริงจัง แต่พอมีใครบอกว่า "ความรู้สึกแบบนี้มันคือความดื้อรั้นไร้เหตุผล"
ผมก็จะเกิดความรู้สึกคัดค้านทันทีว่า "นี่พูดล้อเล่นกันใช่มั๊ยเนี่ย!!" (หัวเราะ)
สมัยมัธยมปลาย รู้สึกว่าผมจะเป็นคนที่จุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวของแฟนมากไปเหมือนกันครับ เคยมีเหตุการณ์ที่ผมโทรไปหาเธอ
ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน ถึงเธอจะตอบกลับมาว่ากำลังกินข้าวอยู่กับเพื่อน แต่ถ้าผมได้ยินเสียงผู้ชายเล็ดลอดเข้ามาในโทรศัพท์ล่ะก็
ผมก็บุกไปถึงที่ร้านเลยล่ะ ...คิดดูอีกที ผมคงจะเป็นพวกหัวรั้นไร้เหตุผลจริงๆนั่นแหละ (หัวเราะ)
แต่มีอยู่เรื่องนึงที่ผมพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างก็คือ ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายที่รู้จักการวางตัวมากกว่าผู้ชายมากครับ
อย่างเวลาที่เธออยู่กับกลุ่มผู้หญิงด้วยกัน อาจจะคุยกันว่า แฟนฉัน..อย่างงั้นอย่างงี้ แต่เวลาที่กินข้าวกับกลุ่มผู้ชายแล้วก็
อาจจะพูดกันแค่ว่า "อิ่มแล้วล่ะ" ผมก็เลยคิดเอาเองว่า ผู้หญิงนี่หัวดีกว่าผู้ชายนะ แต่บางทีก็อาจเป็นไปได้ว่า
ผู้ชายเป็นฝ่ายไร้เดียงสาเองต่างหากล่ะ (หัวเราะ)

*ยิ่งแปลยิ่งลงอ่าวค่ะ ขออภัย คนแปลเองก็งมโอ่งอยู่เหมือนกัน ก๊ากๆ (-_-lll)




Hot Guy's History
สมัยประถม
ผมเข้าชมรมบาสเกตบอลของโรงเรียนตั้งแต่สมัยเรียนชั้นป.2 ครับ ด้วยเหตุที่ว่าผมชอบการ์ตูนเรื่อง SlamDunk เอามากๆ
และเป็นช่วงที่ไมเคิล จอร์แดนกำลังดัง อีกอย่างครูประจำชั้นผมเองก็เป็นสมาชิกชมรมบาสเกตบอลด้วยครับ
หลังเลิกเรียนผมก็เล่นบาสกับพวกเพื่อนๆ พอออกจากโรงเรียนจะกลับบ้านผมก็จะเดินเลี้ยงลูกบาสไปด้วย
ผมว่าผมมีพรสวรรค์ในการเล่นบาสนะครับ อาจเพราะว่าผมเป็นคนวิ่งเร็ว บวกกับความถนัดด้านกีฬาที่มีอยู่ก่อนแล้วด้วย
อีกอย่างตัวผมก็สูงมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว ไม่ค่อยมีใครเอื้อมถึงซักเท่าไหร่
สมัยนั้นเคยมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งบอกผมว่า "ฉันอยากคบกับเธอ" ด้วยล่ะครับ แต่ผมเป็นพวกจริงจัง เลยปฏิเสธเธอไปว่า
"พวกเรายังเป็นแค่เด็กประถมอยู่เลย" (หัวเราะ)

สมัยมัธยมต้น
ช่วงแรกผมเข้าชมรมบาสเกตบอล แต่ว่าพรรคพวกผมส่วนใหญ่อยู่ชมรมฟุตบอล ผมเลยย้ายตามมาอยู่ชมรมฟุตบอลครับ
ตำแหน่งของผมคือผู้รักษาประตู เพราะว่ามันว่างอยู่แค่ตำแหน่งเดียวล่ะ (ฮ่าๆ)
แต่เดิมทีมฟุตบอลโรงเรียนผมเป็นทีมอันดับ 1 หรือ 2 ประจำเขตเสมอ แต่พอผมเข้าไปเล่นได้ลงแข่งก็แพ้รวดเลยครับ
ผมแค้นใจมากก็เลยฝึกซ้อมการรักษาประตูอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมพยายามขนาดที่ว่าโผเอาหน้าเข้าไปรับลูกยิงของเพื่อนเลยนะครับ
หลังจากนั้น ทีมผมก็เริ่มได้แชมป์ประจำเขตบ้างเหมือนกัน  นอกจากฟุตบอลผมก็ชอบฟังเพลงด้วยนะครับ ส่วนใหญ่เป็นเพลงสากล
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กระแสเพลงแนว Mixture Rock กำลังเข้ามาดัง ผมก็ฟังพวกวง Hanson อะไรทำนองนั้นน่ะครับ  คนรอบข้างผมค่อนข้างมีความรู้สึกไวต่อกระแส ทุกคนต่างก็อยู่ในอารมณ์ประมาณว่าพยายามค้นหาศิลปินใหม่ๆมาฟังก่อนที่เขาจะมีชื่อเสียงโด่งดังขายผลงานได้เสียอีก

สมัยมัธยมปลาย
ผมเพิ่งรู้สึกขึ้นมาได้ว่า "ตัวเองเนื้อหอมนะเนี่ย!" ตอนวันปฐมนิเทศน์ครับ คือตอนนั้นผมอยู่ที่หน้าโรงยิม แล้วก็มีรุ่นพี่ม.5 ผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง
ยืนเรียงกันแล้วมองมา เค้าก็กรี๊ดกร๊าดกันว่า "สมคำร่ำลือเลยอ่ะ~!"   นี่ถ้าผมเข้าใจผิดไปเองคงเลวร้ายมากเลยนะเนี่ย (ฮ่าๆ)
ชมรมที่โรงเรียนผมไม่ค่อยติดอันดับเท่าไหร่ ผมเลยไม่เข้าชมรมอะไรเลยครับ สมัยนั้นการพูดคุยเฮฮากับเพื่อนฝูงก็สนุกอยู่หรอกนะ
แต่การจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเนี่ยไม่มีเล้ย ช่วงนั้นเองผมก็แอบรู้สึกว่าตัวเองยังปรับตัวเข้ากับสังคมไม่ค่อยได้
ผมเลยพยายามหาอะไรทำเพื่อเพิ่มพูนสิ่งที่ตัวเองสนใจ อย่างเช่นการทุ่มเทให้กับดนตรี
หรือการเดินเรื่อยเปื่อยไปตามเมืองคอยสังเกตผู้คนครับ

จุดมุ่งหมายในปัจจุบัน
เรื่องก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยมั่นใจนะครับ แต่ก็รู้สึกอยากมีจุดมุ่งหมายเป็นของตัวเองอยู่เหมือนกัน
ถ้าพูดถึงจุดมุ่งหมายของผม ณ ตอนนี้แล้วล่ะก็... เมื่อถึงสักวันที่ผมจะแต่งงาน ผมอยากเป็นผู้ชายที่ดีพร้อมพอที่จะให้ฝ่ายหญิง
พูดกับผมได้อย่างเต็มปากว่า "ฉันอยากแต่งงานกับเธอ" แล้วก็มีครอบครัวที่มีความสุขคงดีไม่น้อยเลยเนอะ
แหม...พูดเหมือนตัวเองเป็นเด็กผู้หญิงเลยแฮะ (หัวเราะ) แต่เรื่องแต่งงานตอนนี้ก็เป็นสิ่งที่กำลังอยู่ในกระแสนิยม
เพื่อนๆหรือคนรอบข้างผมเองก็มีแต่งงานกันไปบ้างแล้ว มันก็เลยทำให้ผมเก็บมาคิดเหมือนกันนะครับ
"ตอนขอแต่งงานมันมีความรู้สึกแบบไหนกันนะ?" "จะขอแต่งงานว่ายังไงดีนะ?" อะไรทำนองนี้
แต่ถ้าเป็นผมล่ะก็ ผมจะจุดดอกไม้ไฟ จัดการจองห้องพักที่โรงแรม แล้วก็พาไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์หรืออะไรก็ว่าไป (หัวเราะ)

 

MOBILE PHONE
ชอบโทรหาโดยตรงมากกว่าส่งข้อความ!
ผมไม่ใช้วิธีการส่งข้อความหาคนอื่นนะครับ เพราะว่าเวลาได้รับข้อความแล้วครั้นจะิพิมพ์ตอบกลับก็มักจะมีธุระอย่างอื่นแทรกเข้ามา
ทำให้ต้องเลิกพิมพ์กลางคันไปเสียทุกทีเลยอ่ะ (หัวเราะ) ดังนั้นผมก็มักใช้วิธีโทรหาโดยตรงเลยครับ
การโทรหามันเร็วกว่ากันตั้งเยอะใช่มั๊ยล่ะครับ ยิ่งในยุคที่เวลาถือเป็นสิ่งมีค่าแล้วเนี่ยการที่มัวแต่พิมพ์ข้อความหากัน
ผมว่ามันออกจะเสียเวลานะ อีกอย่างผมเองก็ไม่ค่อยสันทัดเรื่องการใช้รูปภาพตัวหนังสือแทนความรู้สึกเสียด้วยสิ
จะใช้ทีสุดท้ายก็ใช้อยู่แ่ต่รูปมือที่แทนความหมายว่า "Otsukaresama deshita" (ขอบคุณในความเหนื่อยยาก)
นอกจากนี้ผมก็เป็นคนชอบตกปลานะครับ แต่ช่วงนี้อากาศหนาว ผมเลยเปลี่ยนมาเล่นเกมส์ตกปลาในมือถือแทนซะเลย (ฮ่าๆ)

*จริงๆยังแปลไม่ครบทุกหัวข้อนะคะ เลือกแปลไปแค่ส่วนนึงอ่ะคะ
ใครมีอะไรอยากแก้ไข หรือเพิ่มเติม เชิญได้นะคะ ยินดีค่ะ ...(ว่าแล้วก็สลบเหมือด =_=zZZ)

-

See full Gallery of this Interview click here

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

ล่ม! ล่ม! ล่ม!!! ((_ヾ(≧血≦;)ノ_)) ขอป้าบ่นซักกะโหน่ยได้ไหมนิ....
ตอนแรกกะว่าจะเปลี่ยนโฉมบลอคใหม่ เป็นเวอร์ชั่นหะรูหะรากว่าเดิมซักหน่อย (คิดไปเองว่ามันจะไฮโซงิ)
ฟิตงมโฟโต้ฉับอยู่เกือบอาทิตย์ จัด layout แล้วปรากฏว่า "เบี้ยว!?" ใช่แล้วคับพี่น้อง
มันเบี้ยวเมื่อยามเปิดกับ IE (ปกติใช้ Firefox) ขนาดหน้าจอก็ไม่เท่ากันอีก กรรมซัดจริงๆ
ดูแล้วอนาจและไร้อารยธรรมเกินจะทำใจได้ สุดท้าย ...."อยู่มันแบบเดิมละกันวะ" (´‐ω‐)=з フー
เรียบๆง่ายๆสไตล์ moco-ism ดีเหมือนกัน (ปลอบใจตัวเองรึนี่? 555+) อ๊ะ! อ๊ะ! แต่ก็ใช่ว่ามันจะเหมือนเดิมทั้งหมดนะ
เห็นไหม เห็นอะไรใหม่ๆมั๊ย เมนูด้านข้างเปลี่ยนฟ้อนต์ใหม่เชียวนะ!! (มันน่าตื่นเต้นตรงไหนละเนี่ย?)
ยัง! ยัง! ไม่ใช่เท่านั้น ส่วนคอมเมนต์ก็กลายพันธุ์ไปอีกนิดนึงด้วยนะ ไม่เชื่อลองพิมพ์ comment
แล้วกด submit ดูซักนิดสิคะ..... สำหรับคนที่ไม่สันทัดในการแสดงตนแนะำนำให้ย้อนไปดูได้ในเอนทรี่เก่าๆนะ ฮ่าๆ

 

Comment

Comment:

Tweet

Thanks for the article. I read the above post.

#12 By Chicgraphic on 2012-03-30 17:27

กรี๊ดดดดด

โรแมนติคจัง

ขอบคุณที่ช่วยแปลนะคะ

#11 By kang (119.46.55.74) on 2009-06-15 12:41

hi Moco-ISM,

it's very nice of u trying to translate this. I know u can do it.Gambatte!!

U may explain the major picture of this article and not to translate this word-by-word.Juz my 2cents. question

#10 By mard (60.51.88.30) on 2009-04-27 19:41

Dear. mard

Actually, I want to translate these interviews to english, too.
But my english is like a baby~ (LOL)
Now I'm just afraid that he'll be misunderstood
if I translate something wrong because of my
poor language skill.
I don't want that to happen.
Anyway, I will try to write in enlish a lot more.... LOL (^__^,,)

#9 By moco-ism on 2009-04-27 05:23

hi,
i really admire this hot man..really appreciate if someone can translate this to english..plezzzz

#8 By mard (60.51.95.83) on 2009-04-26 23:48

มาแว้ววว... นู๋เบียร์ ตามมาอ่านด้วยคนเน้
แปลเก่งมากๆ ทำไงเจ๊จะมีฟามรู้ปาสายี่ปุ่นเยี่ยงนี้ละเนี่ย
ขอบคุณมั่กๆ อ่านแล้ว หน้าโมโคลอยมาเลย 555+

เดี๋ยวเจ๊ว่างๆ จะขอมาโค้วตไปโพนทะนาที่บ้านโน้นบ้างนะ
เผื่อจะมีคนมาตกหลุมดำได้อีก double wink

#7 By chinna (124.120.132.253) on 2009-04-25 21:12

น้องเบียร์แปลเก่งมากเลยจ้ะ

มี クロワッサンPremium เป็นหนังสือที่ออกวันที่ 20 เมษานี้ มีข้อความของโมโกที่ซาบซึ้งมาก ขนาดป้าๆญี่ปุ่นร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุด อยากเห็นมากเลย เขาว่ามีรูปแนว ไน้โตะ เยอะด้วย ถ้าเจอที่ไหนมาเผื่อแผ่กันมั่งนะจ้ะ

#6 By P Pink (76.28.195.118) on 2009-04-25 12:57

กรี๊ดดด
ขอบคุณมากเลยนะคะ ตั้งใจอ่านทุกตัวอักษรเลยล่ะค่ะ -^^-
โมโคนี่น่ารักจริง ๆ ดูเป็นผู้ชายโรแมนติกมาก ๆ
อ่านแล้วยิ้มแก้มปริ

ที่บอกว่า The Pussycat Dolls ก็ดีเหมือนกัน
อ่านแล้วฮาแตก(อยู่คนเดียว) เพราะนึกขึ้นมาได้ว่า
ในรายการ Waratte iitomo เทป haru special 2008 ..มั้ง ^^"
ที่โมโคไปโปรโมท Zettai Kareshi เนี่ย
มีตอนที่น้องผู้หญิงผู้ช่วยพิธีกรคนนึง(ไม่รู้จะเรียกหน้าที่อะไร)
คนที่ผมบลอนด์ ร้องเพลงเก่ง ๆ เต้นเก่ง ๆ มาเต้นโชว์เป็นบียอนเซ่
แล้วถ่ายไปเห็นโมโคนั่งอยู่ด้านหลัง โยกหัวตามหงึก ๆ
น่ารักก็น่ารัก ขำก็ขำ confused smile
-------------------------------------------

หน้าตาบล็อคแบบเดิมก็สวยจ้าา ใจเย็น ๆ เน้อ อิอิ

f.แก้วจากไร่ข้าวโพดเองค่ะ
cry

#5 By りつ▪Ritsu on 2009-04-25 00:47

อ่านแล้วคล้ายกับมีคลิปรายการไหนสักอัน เคยถามคำถามพวกนี้เลยแหละ เพราะเดาเอาจากเรื่องkiss(หื่นมาเลยนะป้า) เรื่องหุ่นจำลอง และเรื่องสมัยเด็ก แต่แปลไม่ออก อาศัยเดาจากตัวจีนบางตัว คราวนี้เลยได้รู้เรื่องจริงๆ ขอบคุณมากมายเลยค่ะ

#4 By (118.173.129.18) on 2009-04-24 22:35

ตามมาอ่านค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแปลน่ะค่ะ

#3 By mococo (61.7.134.57) on 2009-04-24 22:33

ขอบคุณสำหรับคำแปล

#2 By เหล็กกล้า (118.173.129.18) on 2009-04-24 22:29

Otsukaresama deshita จ้า
Two Thumps up big smile
เล้วเดี๋ยวมาคุยใหม่หลังกลับจากทำงานจ้า

#1 By P Pink (76.28.195.118) on 2009-04-24 20:36